Skip to content

👻 รวมเรื่องหลอนจากเหล่าไรเดอร์ ต้อนรับฮาโลวีน~ 🎃

อาชีพไรเดอร์อย่างพวกเรา บางครั้งก็ต้องไปส่งอาหารในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งตอนกลางคืน บางเส้นทางก็ทำเอาจำไปอีกนานเลยครับ 😰 เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนประมาณ 21:00 น. ผมกำลังวิ่งงาน LINE MAN อยู่แถวเส้นทรัพย์บุญชัย มุ่งหน้าไปทางเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างทางผมเปิด GPS แล้วขับตามเส้นทางที่ระบบนำทางให้ จนกระทั่ง GPS พาผมเลี้ยวเข้าไปในทางปูนเล็ก ๆ ริมคลอง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าคงเป็นเส้นทางไปหาลูกค้า แต่พอเข้าไปจริง ๆ บรรยากาศกลับเงียบและมืดมาก แทบไม่มีแสงไฟ ไม่มีผู้คน มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องให้เห็นถนนตรงหน้า ขณะที่ขับไป ผมมองไปทางซ้ายมือแล้วเห็นต้นไทรต้นใหญ่มาก ๆ ตั้งอยู่ข้างทาง บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นรู้สึกวังเวงมากครับ ต้นไทรก็ใหญ่ ถนนก็มืด แถมเป็นทางปูนเล็ก ๆ ริมคลองอีก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก 😨 ผมขับต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็เห็นศาลตั้งอยู่ทางซ้ายมือเช่นกัน อยู่ริมทางใกล้กับคลอง แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ มีน้ำแดงวางอยู่เต็มไปหมด! 🥤 ลองคิดดูนะครับ เวลาประมาณสามทุ่ม ถนนก็เปลี่ยว แสงไฟแทบไม่มี ผู้คนก็ไม่เห็นสักคน ทางด้านซ้ายมีทั้งต้นไทรใหญ่และศาลที่มีน้ำแดงวางอยู่เต็มไปหมด ตอนนั้นในหัวมีแต่ความคิดว่า… "โอ้โห GPS…นี่พากูมาส่งอาหาร หรือพามาทดสอบความกลัวกันแน่วะเนี่ย!" ผมไม่ได้เจออะไรเหนือธรรมชาตินะครับ แต่บรรยากาศตรงนั้นมันน่ากลัวจริง ๆ ยิ่งเป็นทางที่ไม่คุ้นเคยและไม่มีคนผ่าน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แต่ในเมื่อรับงานมาแล้ว ก็ต้องตั้งสติและขับต่อไปอย่างระมัดระวัง เพราะสุดท้ายแล้วหน้าที่ของไรเดอร์ก็คือการส่งอาหารให้ถึงลูกค้าอย่างปลอดภัย 💚 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมจำเส้นทางนี้ได้ขึ้นใจ เพราะบางทีการเป็นไรเดอร์ก็ไม่ได้เจอแค่รถติด ฝนตก หรือลูกค้าหาบ้านไม่เจอ แต่ยังต้องเจอกับเส้นทางที่ทำให้บรรยากาศชวนขนลุกแบบนี้ด้วย พี่แจ็คครับ! ผมเป็นไรเดอร์มาส่งอาหารครับ ไม่ได้สมัครมาท้าพิสูจน์เรื่องลี้ลับนะครับ! 🤣🙏
ครั้งนึง ผมได้รับออเดอร์ร้านไก่ทอด ไปส่งในระยะที่ไม่ไกลเท่าไร แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีฝนหน่อยๆ ทำให้ผมขับขี่รถด้วยอาการหนาวๆเกร็งๆ เป็นช่วงจังหวะที่ต้องรอของ เมื่อได้รับของแล้วผมก็ขี่รถออกจากร้าน ไปตามทางที่มีบ้านคนน้อยลง...น้อยลง จนถึงที่หมายตามแผนที่ในแอป สถานที่ตรงนั้นดูเหมือนจะเป็นหอพัก ผมตรวจดูแล้วลูกค้าไม่ได้มีการหมายเหตุหรือใส่ข้อความอะไรไว้ ผมก็เลยโทรถามตามขั้นตอนการทำงานปกติ แต่... สัญญาณโทรศัพท์ค่อนข้างบางเบาทำให้ไม่ค่อยได้ยินเสียง ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นการโทรปกติ แต่โทรศัพท์ของผมเกิดแบตหมด ผมก็ไม่กล้าตะโกนเรียกลูกค้าเพราะว่าตรงนั้นเป็นหอพัก อาจจะกลายเป็นสร้างความรำคาญให้กับลูกบ้านท่านอื่นๆ ในขณะที่ผมกำลังตกใจลนลานไม่รู้จะทำยังไงดี มีคุณตาเรียกผมจากทางด้านฝั่งซ้ายของผม ผมหันไปมองตามเสียงเรียก คุณตาถามว่า "ของ..ใคร" ผมก็อ่านชื่อตามที่แจ้งในโทรศัพท์ "มิซาเอะ ที่กระโดดเตะขาขวาโดราเอมอน" คุณตาหัวเราะเบาๆ แล้วตอบว่า "อ๋อๆ เดี๋ยวรับไว้แทนเอง" "แล้วมันเท่าไหร่" ผมก็แจ้งคุณตาไปแล้วเก็บเงินเต็มจำนวนตามปกติ คิดว่าคงจะมีพี่ๆท่านอื่นมาส่งชื่อนี้บ่อยคุณตาเลยหัวเราะแล้วรู้ว่าเป็นของลูกค้าท่านใดสั่ง คุณตากอบเงินให้ผมด้วยสองฝ่ามือ ใช่ครับ ..เหรียญล้วน คุณตาเย้าผมว่า "นับก่อนก็ได้นะหนุ่ม" ผมเห็นฝนกำลังจะตกหนักขึ้น ก็เลยหยอกคุณตากลับว่า "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมชั่งมือเอา" ลาจากคุณตาแล้ว ผมก็รีบขี่รถฝ่าฝนตรงไปที่บ้านผม เพื่อเสียบชาร์จโทรศัพท์ และจบงานให้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดความผิดปกติในระบบงาน แต่เมื่อผมชาร์จโทรศัพท์แล้ว ลูกค้าโทรกลับมา ผมรับสายแล้วเล่าเรื่องราวที่เจอทั้งหมดให้ลูกค้าฟัง ลูกค้าตอบเสียงอ่อน "เหรอคะ...แต่ตรงนั้นไม่น่าจะมีใครอยู่นะคะ" ผมตอบกลับ "อะไรนะครับ" ลูกค้าตอบผมอีกครั้ง "อ๋อๆ ไม่เป็นไรค่ะ" วันรุ่งขึ้นผมขี่ผ่านหอพักนั้นอีกครั้ง มุมที่ผมเห็นคุณตาคุณยาย ไม่น่าจะเป็นที่พัก หรือศาลาอะไรที่คนนั่งพักนั่งรอได้เลย เพราะมันมีขนาดเพียงสองฝ่ามือเท่านั้น ...ใช่ครับ มันเหมือนศาลเจ้าที่ และมีเหรียญโปรยเต็มไปหมดเหมือนมีคนมาขอพร
มีคืนนึงวิ่งกะดึกประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ได้งานไปส่งข้าวในซอยทางรถไฟสองข้างทางนี่มืดตึ๊ดตื๋อ ไม่มีไฟทางเลย มีแต่ทางรถไฟกับบ้านร้างต้นไม้ใบหญ้าและศาลพังๆที่พื้น พอขับไปถึงจุดปักหมุด หน้าบ้านเป็นบ้านไม้เก่าๆ มืดสนิท ไม่มีแสงไฟสักดวง มีแค่ไฟหน้ารถที่ส่องทาง เลยกดโทรหาลูกค้า... โทรติดนะ แต่ลูกค้าไม่รับสาย โทรไปเรื่อยๆสักพักมีเสียงผู้หญิงรับสายละแจ้งว่าแขวนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ได้เลยค่ะ พอหันไปมองตรงต้นไม้ เห็นเป็นเงาดำๆ หลังต้นไม้นิ่งๆไม่ดุ๊กดิ๊ก ลมพัดเย็นวูบขึ้นมาทันที ขนแขนลุกซู่ ในใจคือคิดว่า 'พี่แจ็คคะ กูโดนแล้ว กูมาทำอะไรที่นี่....' เลยรีบแขวนกล่องข้าวแล้วรีบบิดออกมาอย่างไว! แต่ยังไม่ได้กดจบงาน พอขับพ้นซอยมาได้นิดเดียว มีข้อความเด้งขึ้นมา: "พี่ครับ ขอบคุณครับ พอดีบ้านไฟดับเลยรีบไปสับสวิตช์ไฟ " เลยหันกลับไปดูด้วยความคาใจสรุปคือเงาดำตรงต้นไม้นั้นคือเสื้อแจ็คเก็ตที่แขวนตากไว้! เล่นเอาเกือบหัวใจวายกลางดึก! 😂
ปกติผมวิ่งงานกะดึกถึงตี 1 เป็นประจำจนชินเส้นทางครับ แต่งานเมื่อคืนก่อนทำให้ผมขวัญผวาจนถึงเช้า... คืนนั้นเวลาประมาณ 23:45 น. มีออเดอร์เด้งเข้ามาให้ไปส่งข้าวกะเพราถาดในซอยบ้านร้างหลังวัด บรรยากาศเงียบสงัด ไฟทางเสียและมืดสนิท พอกด GPS ตามทางไปเรื่อยๆ ซอยเริ่มมีวัชพืชปกคลุมจนแทบไม่เป็นเส้นทาง สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่พลิ้วตามลม พอไปถึงจุดปักหมุด เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเก่าๆคล้ายกระท่อม ไม่มีแสงไฟสักดวง ผมจอดรถแล้วลองโทรหาลูกค้า สายติด... แต่นานมากกว่าจะรับสาย เสียงปลายสายเย็นชาและแผ่วเบามาก พูดแค่ว่า "วางไว้ตะกร้าหน้าบ้านได้เลยค่ะ" ผมก้าวลงจากรถเอาของไปวางที่ตะกร้าหน้าบ้าน พลันสายตาเหลือบไปเห็นเงากำลังเดินมาคล้ายคนหลังค่อม... และเงาดำๆ นั้นมาหยุดที่หลังประตูยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว และมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาแตะที่จมูก! ผมรีบวางของ กดเสร็จงาน แล้วรีบบิดออกมาทันที พอมองกระจกหลัง... ไฟหน้าประตูที่เคยมืดมิดจู่ๆ ก็เปิดเป็นแสงสีส้มสลัวๆ ขึ้นมาเอง😱 ตื่นเช้ามา... ปรากฏว่าหมุดจุดส่งนั้น กลายเป็นบ้านที่ร้างที่ไม่มีคนเพราะมีคนเสียชีวิตมาแล้ว และกลิ่นเหม็นเน่าของเมื่อคืนก็ยังอยู่ไม่ได้จางหายไป ผมจึงสงสัยและได้ตามหากลิ่นนั้นจนไปถึงหน้าประตูบ้านและหงายรองเท้าคู่เมื่อคืนที่ใส่ไปวิ่งงานดู!!😬... พี่แจ็คครับ ผมนี่ขาสั่นเลย🥶 ปรากฏว่าเป็นขี้ทั้งนั้นเลยพี่!! ขี้หมาล้วนๆเลย😵‍💫🤮🤢...... 👻
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปี ที่แล้ว ตัวผมวิ่งไลน์แมนในช่วงกะดึกช่วงเวลา 6 โมงเย็นจนถึงตี 1 แต่ในคืนที่เกิดเหตุวันนั้นเกิดรู้สึกขยันผมวิ่งงานจนถึงช่วงเวลาตี 2 กว่าๆ และช่วงเวลาตี 2 ครึ่ง มีออเดอร์เข้ามา 1 ออเดอร์ ซึ่งให้ผมไปส่งแถวย่านถนน ราษฎร์บูรณะ พอออเดอร์เข้ามาตัวผมได้ส่งข้อความหาลูกค้าเพื่อ confirm ออเดอร์และจุดส่งว่าหมุดตรงนะครับ เช็กเพื่อความชัวร์ ลูกค้าตอบกลับมาว่ายืนยันออเดอร์และให้ส่งตามหมุดที่ปักไว้ได้เลย ตัช่วงนั้นที่ขี่รถไปจะเป็นเวลาเกือบจะตี 3 และประมาณตี 3:05 นาที ก็ถึงหมุดที่ลูกค้าได้ปักไว้ ซึ่งเป็นบริเวณวัดและที่ลูกค้าปักหมุดไว้คือหน้า เมรุ ผมก็คิดว่าอาจจะเป็นพระรึป่าวหรือเด็กวัดสั่ง ก็เลยโทรหาลูกค้า ปรากฏว่าลูกค้ารับสาย ผมก็บอกว่า ลูกค้าครับถึงที่แล้วนะครับตามหมุดที่ลูกค้าปักไว้ และลูกค้าตอบกลับมาว่า ไหนล่ะน้องพี่ยังไม่เห็นน้องเลย และผมก็บอกว่าตอนนี้ผมอยู่หน้าเมรุครับ ลูกค้าตอบกลับอย่างตกใจว่า น้องไปหน้าเมรุทำไมพี่อยู่ข้างๆวัดรีบขับออกมาบ้านพี่อยู่ติดกับวัดไม่ได้อยู่ในวัด ผมก็ขับรถออกมาจากวัดไปทางบ้านลูกค้าตามที่ลูกค้าบอกพอถึงบ้านลูกค้าก็ส่งอาหารให้ลูกค้า ลูกค้าก็ถามผมว่าน้องไม่กลัวผีหรอนี้ตี 3 กว่าแล้วนะ ผมตอบกลับไปว่าอ่อพอดีผมเป็นคนไม่กลัวผีครับลูกค้า ลูกค้าก็พูดว่าก็ดีนะน้องวัดนี้ผีดุนะน้อง (เหมือนทิ้งระเบิดเอาไว้กลางทาง) ผมก็เลยขอตัวกลับและกล่าวขอบคุณลูกค้า และปิดงานขี่รถกลับบ้านเลย เพราะเวลาล่วงเลยเข้า ตี 3 ครึ่งแล้ว พอถึงบ้านผมก็อาบน้ำเข้านอน พอถึงเวลาตี 4 กว่าๆ ผมก็ฝันว่าผมยืนอยู่หน้าเมรุที่วัดแห่งนั้นที่ได้ไปส่งออเดอร์ แล้วจู่ๆ ก็มีเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กผู้ชายเรียกผมหน้าเมรุ เด็กคนนั้นรูปร่างหน้าตาดี ผิวขาว แต่งตัวดีอายุประมาณ 5-6 ขวบ เด็กคนนั้นถามผมว่า พี่ครับผมขอไปอยู่ด้วยนะ ผมก็เลยตอบกลับไปว่า ได้สิหนูอยู่ได้แต่พี่ไม่ค่อยมีเวลาทำบุญให้นะ ถ้าอยู่ก็อยู่ด้วยกันดีๆ เด็กคนนั้นก็ตอบว่าได้ครับ ขอบคุณนะครับพี่ แล้วผมก็สะดุ้งตื่น หลังจากวันนั้นที่ได้เจอเหตุการณ์นี้ ผมก็ไม่ได้วิ่งกะดึกอีกเลย ย้ายมาวิ่งช่วงเช้าแทน แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปจนทำให้ผมลืมเรื่องนี้ไปสนิทว่าเคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น (และเรื่องนี้ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยแม้คนใกล้ตัวก็ไม่เคยเล่า) : จนผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีกว่าๆ เมื่อ 2 เดือนที่แล้วช่วงเวลา 5 โมงครึ่งผมก็ได้ไปรับแฟนกลับจากที่ทำงาน จนขับรถกลับมาถึงบ้าน พอจอดรถปุ๊บแฟนก็ทักผมว่า ได้ไปทำอะไรมามั้ย ผมก็ตอบแบบ งงๆ ว่าไม่ได้ทำอะไรนะมีอะไรรึป่าวเธอ ผมก็ถามแฟนต่อว่ามีอะไรหรอ แฟนผมก็ตอบกลับมาว่า มีเด็กผู้ชายยืนเกาะชายเสื้อข้างหลังผมแล้วยื่นหน้ามามองแฟนผม ผมก็เลยถามลักษณะกับแฟนว่าเด็กรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง แล้วคำตอบที่ได้ก็ตรงกับเด็กที่ผมฝันเห็นเมื่อ 2 ปีก่อน ผมก็เลยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แฟนฟัง และเรื่องนี้ทำให้ผมต้องย้ายกะมาทำในช่วงเช้าแทน ส่วนตัวไม่ใช่คนกลัวผีแต่ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆก็ไม่ไหวครับ 👻👻👻🙏
ถ้าจะเรียกให้เหมาะกะเหตุการณ์นี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องแปลกที่เกือบจะหลอนมากกว่า เมื่อ #หมุดเป็นเหตุ มีอยู่วันนึงได้รับงานให้ไปส่งออเดอร์ปลายทางจะเป็นโรงแรม ซึ่งในละแวกเดียวกันจะมีโรงแรมสองแห่ง ตึกนึงจะเงียบๆไม่ถึงกับร้างยังเปิดให้บริการ อยู่ติดกับป่าหญ้า ส่วนอีกตึกนึงก็จะมีคนพักอยู่ตลอดตามปกติซึ่งก็เคยไปส่งออเดอร์ให้ลูกค้าที่พักอยู่ทั้งสองที่ แต่วันนั้นเอง GPS พาให้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าตึกโรงแรมที่เงียบ พอเราไปถึงยังตำแหน่งปลายทางก็ตามปกติต้องถ่ายรูปยืนยันการจัดส่ง และส่งสติกเกอร์แจ้งเตือนลูกค้าว่าถึงแล้ว สักพักพอเห็นลูกค้าไม่อ่านแชตก็ตามด้วยการโทร ลูกค้าก็ไม่รับสาย คือกลายเป็นว่ายังติดต่อลูกค้าไม่ได้ จังหวะนั้นมีผู้หญิงกะผู้ชายสองคนขี่มอไซค์ผ่านมาแล้วหยุดคุยกับเราว่า "พี่มาผิดที่รึเปล่าคะ? วันนี้ที่นี่ไม่มีลูกค้าเลยนะ" ตอนนั้นก็แอบหลอนนิดๆพอได้ยินเขาพูดแบบนั้น คิดในใจว่าใครสั่งล่ะทีนี้ 😅 ก็เลยโทรเบอร์หาลูกค้า ซึ่งก็ติดต่อได้แล้วบอกว่าอยู่โรงแรมอีกที่ พอแจ้งลูกค้าเขาก็บอกปักตรงนี้ทำไมไปโผล่ตรงนั้น หาคนสั่งได้ก็โล่งแล้วสิ ไม่อย่างนั้นเรื่องเกือบหลอนนี้คงได้หลอนจริงแน่ๆ พอจบตรงนั้นมาได้จากหลอนเลยกลายเป็นขำ 😁
ในช่วงที่น้ำท่วมหนักๆพื้นที่ที่ผมรับงานอยู่ ถูกน้ำท่วมหนักพื้นที่ถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ผมก็รับงานปกติเพราะงานเด้งไม่หยุดทั้งวัน จนเวลา 22:00 น. กว่าๆ มีออเดอร์ 1 เด้งขึ้นมา ผมกดรับงานแล้วดูหมุดของลูกค้า ดูแล้วดูอีก ซึ่งหมุดของลูกค้ามันอยู่อีกฝั่งนึงที่เส้นทางที่จะไปโดนน้ำท่วมรถไม่สามารถสัญจรข้ามผ่านไปได้นอกจากวิ่งอ้อมเส้นนอกไปประมาณเกือบๆ 20 กิโลเมตร ผมประมาณการดูแล้วเลยรีบทักบอกลูกค้าว่าผมไม่สามารถไปส่งออเดอร์ให้ลูกค้าได้นะครับ ลูกค้าตอบกลับมาด้วยความหนักแน่นว่า "ถ้าพี่มาส่งผมได้ผมให้พิเศษพี่ต่างหาก" ผมที่คิดว่าออเดอร์ค่อนข้างใหญ่(ออเดอร์หลักพันบวก) น่าจะมีทิปต่ำๆอย่างได้ไม่ได้ก็ 4-5 แสนละว่ะ(อันนี้จำน้าค่อมมาอีกที) ผมเลยตัดสินใจไปรับออเดอร์และไปส่งลูกค้าโดยที่ไม่ได้ตกลงราคากับลูกค้าว่าต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่าด้วยสถานการณ์และเส้นทางที่ค่อนข้างไกลจากเดิมมากลูกค้าน่าจะให้ในราคาที่สมเหตุสมผล และผมก็ไปส่งลูกค้าตามปกติ แล้วผมก็ไปถึงบ้านลูกค้า ลูกค้าก็กล่าวขอบคุณพร้อมบอกว่าได้ให้ทิปไปในระบบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมมีงานใหม่เด้งมารอแล้วจึงไม่สามารถดูได้เลยในขณะนั้น จนถึงเวลาต้องปิดระบบกลับบ้านแล้วผมก็มาดูยอดที่ลูกค้าโอนจ่ายเพิ่มเติมให้ ผมได้แต่อุทานด้วยคำน่ารักๆ เมื่อเห็นยอดที่ลูกค้าโอนมาเพิ่มเติมให้คือ 20 บาท แต่ไม่เป็นไรผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี เพื่อให้ผมนอนหลับและไม่คิดมากในคืนนั้น ผมได้แต่คิดว่าลูกค้าน่าจะกดเลข 0 ผิดไปตัวนึง และหลังจากวันนั้น ผมก็ไม่เคยวัดใจกับลูกค้าอีกเลย🤣🤣 เรื่องก็มีประมาณนี้แหละครับพี่แจ็ค🙏🤣
คืนหนึ่งผมออกวิ่งงานตามปกติ ช่วงนั้นเป็นเวลากลางคืนแล้ว ถนนค่อนข้างเงียบ ผมรับออเดอร์หนึ่งแถวเส้นจรัญฯ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร กดรับงานแล้วขี่ตาม GPS ไปเรื่อย ๆ คิดแค่ว่าส่งเสร็จก็จะกลับห้องไปนอน แต่พอ GPS พาผมเลี้ยวเข้าไปในทางหนึ่ง ผมก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ มันเป็นทางปูนเล็ก ๆ เลาะไปตามริมคลอง ถนนเป็นเส้นตรงยาว มืดมาก แทบไม่มีไฟส่องทาง สองข้างทางมีบ้านไม้เก่า ๆ ตั้งอยู่เป็นระยะ บางหลังดูเหมือนไม่มีคนอยู่เลยด้วยซ้ำ ผมขี่ไปช้า ๆ คอยมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับมองถนน ถึงในใจจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ GPS ก็ยังบอกให้ตรงไป ผมเลยคิดว่าข้างหน้าอาจมีทางเชื่อมไปถนนใหญ่ได้ ผมขี่ต่อไปเรื่อย ๆ จนเริ่มสงสัยว่าทำไมยังไม่ถึงสักที ถนนก็ยังเป็นทางแคบ ๆ เหมือนเดิม รอบข้างเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถตัวเองชัดมาก จนในที่สุด GPS ก็บอกว่าถึงจุดหมายแล้ว แต่พอเงยหน้าขึ้นมอง ผมกลับเจอทางตัน ข้างหน้าไม่มีทางไปต่อแล้ว มีแค่ทางปูนสิ้นสุดอยู่ตรงนั้น ส่วนรอบ ๆ เป็นบ้านไม้เก่า ๆ ที่มืดสนิท ด้านหนึ่งเป็นคลอง อีกด้านเป็นรั้วบ้าน ผมลองมองหาที่กลับรถ แต่ทางแคบเกินไป แถมพื้นก็ไม่ค่อยเรียบ จะกลับรถตรงนั้นก็กลัวรถตกคลอง ตอนนั้นผมเริ่มหัวเสียแล้วครับ คิดในใจว่า GPS พามาอะไรแบบนี้วะ ผมหยุดรถแล้วหันกลับไปมองทางที่ขี่มา ถนนด้านหลังมืดยาวจนมองแทบไม่เห็นว่าตรงไหนเป็นทางออก ไม่มีรถผ่าน ไม่มีคนเดิน และไม่มีไฟจากบ้านหลังไหนเปิดอยู่เลย สุดท้ายผมไม่มีทางเลือก ต้องลงจากรถแล้วเข็นถอยหลังกลับไปตามทางเดิม ผมพยายามไม่คิดอะไร ตั้งใจมองพื้นกับประคองรถอย่างเดียว แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าทางมันยาวเหลือเกิน ระหว่างนั้นผมได้ยินเสียงเหมือนไม้กระทบกันดังมาจากบ้านหลังหนึ่ง กึก...กึก... ผมหยุดเดินแล้วหันไปมอง แต่ก็ไม่เห็นอะไร บ้านหลังนั้นปิดเงียบทุกบาน ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเสียงลมหรือเสียงอะไรในบ้าน ก็ไม่ได้อยากยืนหาคำตอบนาน ๆ รีบเข็นรถต่อทันที พอเข็นมาได้สักพัก ผมเริ่มเหนื่อยจนต้องหยุดพัก หันไปมองทางด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกใจหายขึ้นมาเฉย ๆ เพราะบ้านไม้ที่อยู่ตลอดทางดูเหมือนกันไปหมด มืดเหมือนกัน เงียบเหมือนกัน จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองเข็นกลับมาถูกทางหรือยัง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก GPS อีกครั้ง สัญญาณยังมี แต่ลูกศรบนแผนที่หมุนไปมาเหมือนจับทิศทางไม่ได้ ผมสบถออกมาเบา ๆ แล้วตัดสินใจไม่สนใจ GPS อีกต่อไป ใช้วิธีเข็นย้อนตามรอยทางที่จำได้แทน ในที่สุดผมก็เห็นแสงไฟจากถนนใหญ่ส่องมาอยู่ไกล ๆ ตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าโล่งใจมาก รีบเข็นรถออกไปจนถึงจุดที่สามารถกลับรถได้ แล้วขี่ออกจากตรงนั้นทันที พอออกมาถึงถนนที่มีรถวิ่ง ผมจอดพักอยู่ข้างทาง หายใจให้หายเหนื่อย แล้วเปิดดูแผนที่อีกครั้ง ถึงได้รู้ว่ามีเส้นทางอื่นที่ออกไปถนนใหญ่ได้ แต่ GPS กลับพาผมเข้าไปทางตันนั้นแทน คืนนั้นผมไม่ได้เจอผี ไม่ได้เห็นอะไรแปลก ๆ เลยครับ แต่สิ่งที่ทำให้ผมจำเหตุการณ์นี้ได้จนถึงทุกวันนี้ คือความรู้สึกตอนที่ต้องเข็นรถถอยหลังอยู่กลางความมืดเพียงลำพัง ตั้งแต่คืนนั้นมา เวลาวิ่งงานกลางคืน ถ้า GPS พาเข้าซอยแคบ ๆ ริมคลองที่มืดจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ผมจะเริ่มระแวงทันที เพราะผมรู้แล้วว่าบางครั้งสิ่งที่ทำให้เรากลัวที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่มองไม่เห็น แต่เป็นการที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพาตัวเองออกไปจากตรงนั้นได้ยังไง
จะบอกว่าผมไปส่งอาหารให้ลูกค้า ผมอยู่โซนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งโซนจังหวัดที่ผมอยู่บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่กรุงเก่า เรื่องความน่ากลัวไม่ต้องพูดถึงครับ ช่วงดึกๆแต่ละจุดบอกเลยอย่างหลอน แล้วเวลาที่ไปส่งอาหารลูกค้าน่าจะช่วงราวๆประมาณ 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม แล้วผมก็เคยจำได้ว่าเคยไปส่งซอยนี้ช่วงประมาณ ตี 1 แต่เป็นของปีที่แล้ว ยังจำไม่เคยลืมเลยแถวนั้นท้ายซอยมีบ้านแค่หลังเดียว ข้างๆมีแต่ป่าหญ้ากับต้นกล้วย ถนนก็เป็นถนนลูกรัง จะขับเร็วก็ขับไม่ได้กลัวรถล้ม แล้วก็ยังมาส่งลูกค้าเจ้าเดิมในปีนี้ ถนนก็ยังเหมือนเดิมยังไม่มีการลาดยางหรือว่าเทเป็นปูนเลย บอกเลยว่าทั้งบรรยากาศรอบๆหลอนจัด แต่เป็นหน้าที่ครับก็ต้องไปส่งกลัวก็กลัว👻 ผีก็กลัว กลัวโดนดักปล้นก็กลัว แถมทางเข้าไปไอ้เราก็นึกว่าจะแค่ 100-200 เมตรระยะทางเข้าไป เกือบครึ่งกิโลซอย พยายามขับไปยิ้มไปแต่ในใจโคตรกลัวเลย🥹
ยังไม่เจอจังๆ มีแค่คิดไปเอง เพราะความมืดมากๆ กับเส้นทางที่ตอนกลางวันเราไม่เคยไป ไม่คุ้นชินทาง ทางเล็กๆ ทางแปลกๆ ที่ไม่แน่ใจว่าเข้าไปแล้ว จะมีที่กลับรถไหม และอีกส่วนประกอบหนึ่งของความหลอน คือหมา ไม่ว่า จะเห่า หอน หรือวิ่งไล่ 5555 ช่วยเพิ่มดาเมจความกลัว ให้อะดรีนาลีนหลั่งมากขึ้น🤣 ประสบการณ์ที่เคยเจอและหลอน จนต้องให้ไรเดอร์อีกคน ขี่ตามไปเป็นเพื่อน คือ ประมาณ3ทุ่ม ได้งานตัวสุดท้ายว่าจะเข้าบ้านละ เจอ ลูกค้าใช้ชื่อว่า "หลอกไรเดอร์มาฆ่า" ไม่มีโน้ตรายละเอียดที่จัดส่ง เราก็พิมพ์แชตไปคอนเฟิร์มออเดอร์/หมุด ลูกค้าตอบตามหมุดเลยครับ อ่าโอเค ตอบแชต แปลว่ามีตัวตนคงไม่แกล้งมั้ง กลัวนะ แต่ก็ต้องไปส่ง เลยให้เพื่อนไรเดอร์อีกคนขี่ตามมาด้วย ไปถึงตามหมุด ไม่มีคน สักคน เป็นทางตัน ไม่มีรั้ว เป็นเหมือนร้านขายของ ในเขตวัด ไม่ใหญ่มากปิดเงียบสนิท รอบๆ มืดมากกก ล้อมไปด้วยต้นไม้เยอะๆ และหมาหลายตัว ทั้งเห่า หอน จะไล่กัด เราก็รีบโทรหาลูกค้า ถามว่า: มาถึงแล้ว ตามที่ปักหมุดค่ะ สักพัก ลูกค้าก็เปิดประตูเหล็กลงมา ยิ้มหวานเหมือนดีใจที่แกล้งให้ไรเดอร์กลัวได้ ทั้งชื่อลูกค้า เวลา สถานที่ บรรยากาศครบ ชวนตกใจกว่าเดิม คือมองไปข้างใน มีโลงศพเต็มเลย น่าจะเป็นร้านขายโลงศพ ร้านเดียวโดดๆ ข้างทางเป็นป่า ซึ่งอยู่ในวัด ไม่มีบ้านคน และไม่มีคนเลย ส่งเสร็จ รีบบิดออกจากตรงนั้นด่วน หมาก็ไล่อีก ไม่รู้จะกลัวมิจฉาชีพ กลัวผี หรือกลัวหมาดี ไรเดอร์ อ.เมือง จ.นนท์ น่าจะเคยเจอกัน/ วัดที่อยู่ซอยตัน มีรร.ประถมชื่อดังอยู่ข้างๆ นนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เล็กๆ แต่กลับมีวัดหนาแน่นมาก ขับไปทางไหนก็เจอ ทั้งวัดสวยๆและวัดเก่าแก่ ที่มีประวัติให้จินตนาการ ชวนหลอนๆอยู่ไม่น้อย

👻 รวมเรื่องหลอนจากเหล่าไรเดอร์ ต้อนรับฮาโลวีน~ 🎃

ฮาโลวีนนี้ มาอ่านเรื่องหลอนๆ จากการทำงานของเหล่าเพื่อนๆ ไรเดอร์กัน

รวมเรื่องหลอนมาให้แล้ว! การันตีจากพี่ไรเดอร์ที่ไ้ด้รับรางวัลจากกิจกรรม ‘เรื่องเล่ากะดึก’

 

อ่านเอาเพลิน เพื่อความบันเทิงกันนะคร้าบบ

 

———————————

📌 ร่วมพูดคุยกับเพื่อนคนขับ LINE MAN RIDER บนเฟซบุ๊กคลิก : https://www.facebook.com/groups/linemanriderofficial/ 

#LINEMANRIDER

 

———————————

📌 ติดตามข่าวสารได้เร็วก่อนใคร ที่เว็บไซต์ linemanparthner คลิก : https://linemanpartner.com/category/line-man-partner/rider-news/ 

#LINEMANRIDER